「วัดโฮเซ็นจิ」นัมบะ สู่ซอยที่เปี่ยมไปด้วยความหลังและบรรยากาศของวัดยามค่ำคืนราวกับความฝัน

ตะวันใกล้ลับขอบฟ้า กลางคืนเริ่มมาเยือน แต่รู้สึกว่ายังอยากจะเที่ยวต่ออยู่แต่ก็ไม่รู้จะไปไหนดี เพื่อนๆเคยรู้สึกแบบนี้กันบ้างไหมเอ่ย ถ้างั้นลองไปเยี่ยม「วัดโฮเซ็นจิ」ซึ่งอยู่ที่นัมบะจังหวัดโอซาก้าก็เข้าท่าดีนะเพราะเปิดถึงดึกดื่นเลยทีเดียว แสงไฟจากโคมไฟสาดส่องมายังตัววัดราวกับเป็นค่ำคืนที่อยู่ในดินแดนแห่งความฝันที่ไหนสักแห่ง และหลังจากเยี่ยมชมวัดเรียบร้อยแล้ว ลองไปเดินเล่นที่「ซอยโฮเซ็นจิ」กันต่อเลยดีกว่า

บอกว่าจะไปเดินเล่นที่ซอยโฮเซ็นจิยังไม่ทันขาดคำเลย อาจจะถูกความงามของซอยที่ถูกปูไปด้วยหินดึงดูดไปเรียบร้อยแล้วก็เป็นได้นะ

ความสนุกในแบบของผู้ใหญ่ ลองไปเดินเล่นชิมบรรยากาศในตอนกลางคืนกันดีกว่า
เดินเข้าไปในซอยเล็กๆจากถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่านบริเวณนัมบะ ก็จะพบกับวัดโฮเซ็นจิ

ในตอนกลางวันจะมีทั้งนักท่องเที่ยวและผู้คนในท้องถิ่นมาเยี่ยมเยียนในฐานะที่เป็น「วัดที่เป็นศูนย์กลางของเมือง」แห่งนี้ แต่ถ้ามาในตอนกลางคืนก็ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่แตกต่างไปจากตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิงได้อีกด้วย

วัดที่สามารถมาสักการะได้ในตอนกลางคืนและตลอดปี ทั่วประเทศญี่ปุ่นนั้นมีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น แสงไฟจากโคมไฟสาดส่องมายังตัววัดราวกับเป็นค่ำคืนที่อยู่ในดินแดนแห่งความฝันที่ไหนสักแห่ง

ทำให้ช่วยระลึกถึงความหลังราวกับอยู่ในงานเทศกาลฤดูร้อนในช่วงวัยเด็กเลยทีเดียว แขกที่เพิ่งเสร็จจากการดื่มเหล้าที่ร้านในบริเวณแถวนี้ต่างก็ต้องแวะไปสักการะที่วัดเสมอๆด้วยเช่นกัน ราวกับถูกดึงดูดด้วยบรรยากาศพิเศษอะไรบางอย่าง

「วัดโฮเซ็นจิ」ที่ถูกคุ้มครองโดยรูปปั้นฟุโดเมียวโอที่มีรูปร่างอันสง่างามโดดเด่น

วัดโฮเซ็นจิ ยังถูกเรียกในอีกชื่อว่า「มึซึคาเคะฟุโด」อีกด้วย โดยมีที่มาจากรูปร่างของรูปปั้นฟุโดเมียวโอที่ประดิษฐานอยู่ในวัด ซึ่งในอดีตผู้ที่มาสักการะจะนำน้ำมาเป็นของเซ่นไหว้เหมือนกับวัดอื่นๆ และได้มีการสาดน้ำใส่รูปปั้นฟุโดเมียวโอซึ่งใครเป็นคนริเริ่มและเริ่มเมื่อไหร่นั้นมิอาจทราบได้จากนั้นผู้ที่มาสักการะจึงได้ปฏิบัติตามต่อๆกันมาและนี่คือเรื่องราวที่มาของชื่อวัดนั่นเอง

ดังนั้นรูปปั้นฟุโดเมียวโอจึงได้มีสภาพเป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน เป็นผลมาจากการที่ถูกสาดน้ำใส่พร้อมๆกับคำอธิษฐานของผู้คนที่มาสักการะอย่างมากมาย ทำให้มีมอสสีเขียวปกคลุมอยู่ทั่วรูปปั้นนั่นเอง

แม้แต่ในช่วงกลางคืนก็ยังมีผู้คนแวะเวียนกันมาสักการะ เพราะเชื่อกันว่าความดีงามและผลประโยชน์ทั้งหลายที่มีอยู่ใน「น้ำ」นั้นจะย้ายไปสู่คำอธิษฐานทั้งหมดและยังเชื่อกันว่าจะส่งผลดีต่อ「มิซึโชไบ」(กิจการร้านเหล้า สถานเริงรมย์ และแหล่งบันเทิงต่างๆ ) ช่วยให้กิจการค้าขายเจริญรุ่งเรืองอีกด้วย

※กลางดึกจะค่อนข้างเปลี่ยวและอันตรายพอสมควร ถ้าจะมาแนะนำให้มาในช่วงหัวค่ำหรือช่วงที่ยังไม่ดึกจนเกินไปนักจะเหมาะกว่า

เดินเล่นเรื่อยเปื่อยในซอยที่ปูทางเดินด้วยหิน
ใกล้ๆกับวัดจะมี「ซอยโฮเซ็นจิ」ที่มีร้านกินดื่มสไตล์ญี่ปุ่นตั้งอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นบาร์ ร้านโอโคโนมิยากิ ร้านเหล้าต่างๆทำให้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศแนวย้อนยุคของญี่ปุ่นแท้ๆอีกด้วย

ในอดีตภายในบริเวณวัดโฮเซ็นจิเคยเป็นที่ตั้งของร้านแผงลอยต่างๆ จากนั้นได้มีการขยายตัวออกไปจนกลายเป็นซอยที่เต็มไปด้วยร้านเหล้ามากมายและรวมถึงร้านค้าเก่าแก่ที่ได้มีการปรับปรุงใหม่อีกด้วย ทำให้สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเก่าๆอันแสนสงบสุขในอดีตอีกด้วยเช่นกัน

นอกจากร้านค้าเก่าแก่แล้วก็ยังมีร้านที่ดูหรูหราอยู่มากมายเช่นกัน แต่ถ้าเทียบกับร้านอิซากายะและร้านโอโคโนมิยากิแล้ว อย่างหลังดูเหมือนจะเป็นร้านที่ดูเรียบง่ายไม่ว่าใครก็สามารถเข้าได้อย่างสบายๆ จึงทำให้มักจะได้ยินเสียงพูดคุยกันอย่างครึกครื้นพร้อมกับการดื่มเหล้าไปพลางอย่างสนุกสนานจากทั้งพนักงานบริษัทที่แวะหลังจากเลิกงานและรวมถึงจากผู้คนท้องถิ่นอยู่ด้วยเสมอๆ

และพื้นถนนของซอยนี้ที่ปูด้วยหินทำให้สะท้อนแสงก็สวยงามมากเช่นกัน แค่เดินเล่นชิวๆอย่างเดียวก็รู้สึกเพลินดีเหมือนกันนะ

ลิ้มรสชาติหวานอร่อยกับขนม「เมะโอโตะเซนไซ」
ซอยโฮเซ็นจิถูกรู้จักกันว่าเป็นซอยที่เปรียบเสมือนกับเวทีของบทเพลงและตำนานต่างๆ เมื่อลองมาเดินแถวนี้จะพบเห็นป้ายและแผ่นหินจารึกต่างๆที่มีการแกะสลักและอธิบายเล่าถึงตำนานต่างๆในอดีตได้ทั่วไป

และหนึ่งในนั้นมีตำนานที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีคือ「เมะโอโตะเซนไซ」นิยายของ โอดะ ซาคุโนะสึเกะ

「เมะโอโตะเซนไซ」คือเมนูขึ้นชื่อของร้านเซ็นไซที่อยู่ภายในวัดโฮเซ็นจิจะอร่อยแค่ไหนไปลองชิมพร้อมๆกันเลยดีกว่า

ร้านนี้เป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดกิจการมาตั้งแต่สมัยเมจิ ในสมัยนั้นใช้ชื่อร้านว่า「โอฟุคุ」โดยทางร้านจะเสิร์ฟขนมเซนไซส่วนสำหรับ 1 คน แต่แบ่งใส่สองชาม ซึ่งขนมที่ต้องถูกแบ่งใส่เป็นสองชามนั้นราวกับว่าเป็น เมะโอโตะ(คู่สามีภรรยา) ต่อมาได้กลายเป็นเมนูที่มีชื่อเสียงและเป็นที่มาของชื่อขนมที่ว่า「เมะโอโตะเซนไซ」นั่นเอง

และในนิยาย「เมะโอโตะเซนไซ」ยังมีบทสนทนาแบบนี้จาก「ริวคิจิ」และ「โชโกะ」ซึ่งเป็นคู่สามีภรรยาตัวเอกของนิยายอีกด้วย

ริวคิจิ:แทนที่จะทำให้เป็นชามใหญ่ชามเดียว สู้แบ่งออกเป็นสองชาม จะทำให้ดูแล้วรู้สึกว่ามีจำนวนเยอะกว่า
โชโกะ:หมายความว่าคู่สามีภรรยาย่อมดีกว่าอยู่ตัวคนเดียวหัวเดียวกระเทียมลีบใช่ไหมหละ

เป็นการสนทนาโต้ตอบแบบพื้นๆโดยไม่ต้องวางมาด สมกับเป็นถิ่นโอซาก้าจริงๆ

ทานขนมสำหรับหนึ่งคนด้วยตัวคนเดียว(=ทานสองถ้วย)เพื่อความสมหวังในเรื่องความรักและความปรองดองในครอบครัว

แป้งขาวเหนียวลูกกลมๆลอยแยกกันอยู่ในชามสองใบ ช่วยแสดงให้เห็นถึงความสนิทสนมกลมเกลียวกันอีกด้วย
กลิ่นหอมหวลของถั่วแดงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวาน คือรสชาติดั้งเดิมของเซนไซที่มีมาตั้งแต่ในอดีต จะทานพร้อมกับชาหรือชิโอะคอมบุที่เตรียมไว้สำหรับล้างปากก็เข้ากันได้อย่างลงตัว เป็นปริมาณที่ลงตัวทานได้อย่างพอเหมาะทั้งสองถ้วย

แต่ว่ากันว่าวิธีทานที่ถูกต้องคือ「ทานขนมสำหรับหนึ่งคนด้วยคนเดียว(=ทานสองถ้วย)」เพราะถ้าทานโดย「ขนมสำหรับหนึ่งคนแต่แบ่งทานสองคน」กล่าวกันว่าจะไม่เป็นสิริมงคล และสำหรับคู่รักหรือคู่สามีภรรยาถ้าทานขนมสำหรับหนึ่งคน(สองถ้วย)ด้วยตัวคนเดียวทั้งสองคนจะทำให้สมหวังในเรื่องความรักและประสบกับความปรองดองในครอบครัวอีกด้วย

วัดโฮเซ็นจิเปิดให้เข้าชมถึง 4 ทุ่ม หากเพื่อนๆคนไหนมีโอกาสมาเที่ยวแถวนี้อย่าลืมแวะมาเดินเล่นที่วัดโฮเซ็นจิในตอนกลางคืน รวมถึงลองชิมขนมเมะโอโตะเซนไซด้วยนะเพื่อความรักที่แน่นแฟ้นยั่งยืนยังไงหละ

Information
วัดโฮเซ็นจิ

ที่อยู่:Osaka Osaka-shi Chuo-Ku Namba1-2-16
สถานีที่อยู่ใกล้:รถไฟใต้ดิน สถานีนัมบะ สายมิโดซุจิ
การเดินทาง:จากทางออกหมายเลข 14 เดินต่อ 5
นาทีมาตามถนนที่อยู่ระหว่าง「namBa HIPS」และ「Family Mart」
โทรศัพท์:06-6211-4152

เมะโอโตะเซนไซ

ที่อยู่:Osaka-shi Chuo-Ku Namba1-2-10
เวลาทำการ :10:00〜22:00 น.
วันหยุด:ไม่มี
บริการ Wi-Fi:ไม่ทราบแน่ชัด
ชนิดและบริการรับบัตรเครดิตการ์ด:ไม่ทราบแน่ชัด
รองรับภาษา:จีน เกาหลี อังกฤษ(แสดงในเมนู)
เมนูภาษาอื่น:ไม่ทราบแน่ชัด
สถานีที่อยู่ใกล้:รถไฟใต้ดิน สถานีนัมบะ สายมิโดซุจิ
การเดินทาง:จากทางออกหมายเลข 14 เดินต่อ 5 นาที อยู่ติดกับวัดโฮเซ็นจิ
ช่วงราคา:เมะโอโตะเซนไซ 800 เยน
โทรศัพท์:06-6211-6455