อยากรู้ปราสาทโอซาก้ายามเย็นดีงามขนาดไหน เราจะพาคุณไปเดินชมกันถึงที่!

 

ปราสาทโอซาก้า (???) นั้นตั้งอยู่ใจกลางเมืองโอซาก้า อันนี้ใคร ๆ ก็คงรู้กัน งั้นเราขอลองถามคําถาม
คุณผู้อ่านหน่อยดีกว่า คุณผู้อ่านทราบมั้ยครับว่าใครเป็นผู้ก่อสร้างปราสาทโอซาก้า?
หลายๆคนคงจะตอบกันว่าท่านฮิเดะโยชิ โทโยโทมิเพราะดูจากสถานที่ตั้ง แต่เป็นคําตอบที่ผิดครับ!
เพราะว่าจริงๆ แล้วกําแพงหินและหอคอยปราการที่เราเห็นกันอยู่นั้นถูกสร้างขึ้นในสมัยโตกุกาวะ
(นับจากปี พ.ศ. 2163) นักท่องเที่ยวจํานวนมากนิยมมาเที่ยวชมปราสาทช่วงเช้าจนกลางวัน
แต่ทางเราชอบวิวของปราสาทยามเย็นเสียมากกว่า นั่นก็เพราะว่ามีการส่องไฟจัดแสดงบริเวณตัวปราสาท
จนถึง 5 ทุ่มทุกวันนั่นเอง นอกจากนี้หากคุณผู้อ่านไปเยี่ยมชมปราสาทตอนเย็นแล้วล่ะก็
คุณผู้อ่านจะได้สัมผัสกับภาพปราสาทที่มีแสงไฟสีขาวสาดส่องสุดอลังการอย่างใกล้ชิด และยิ่งกว่านั้น
เค้าทุ่มทุนส่องไฟแสดงตั้งแต่ตัวกําแพงยันปราสาทเลยทีเดียว ดูๆไปให้บรรยากาศลึกลับอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
ว่าแล้วเราพาคุณผู้อ่านไปเดินเที่ยวรอบๆ ตัวปราสาทในยามเย็นกันดีกว่า ตามมาเล้ย!

ปราสาทเปล่งปลั่งท่ามกลางความมืดอันเป็นที่รักของรุ่นสู่รุ่น

ก่อนอื่นเราเริ่มออกตัวจากตัวปราสาทกันดีกว่า ในปัจจุบันมีการติดตั้งลิฟท์ภายในไว้คอยอํานวยความสะดวก
แก่นักท่องเที่ยว ดังนั้นปราสาทแห่งนี้ไม่ใช่ปราสาทดั้งเดิมอย่างที่เราคิดๆกันนั่น ก็เพราะว่าปราสาทหลังนี้
ได้รับการสร้างขึ้นมาใหม่โดยชาวเมืองท้องถิ่นในปีพ.ศ. 2474 นั่นเอง ชาวเมืองท้องถิ่นที่เราว่า
ก็เหล่าชาวเกษตรกร เจ้าของร้านดอกไม้นี่แหละที่มาร่วมกันสร้างปราสาทอันเป็นเอกลักษณ์
ของเมืองโอซาก้าแห่งนี้ พูดแล้วอดรู้สึกตื้นตันในความสํานึกรักบ้านเกิดของคนที่นี่ไม่ได้จริงๆ
คุณผู้อ่านสามารถมาเพลิดเพลินกับการจัดแสดงแสงไฟพิเศษได้หลายโอกาสในหนึ่งปีเลยทีเดียว
ยกตัวอย่างเช่น ใช้แสงไฟสีฟ้าในวันตระหนักรู้ออทิสติกโลก และใช้ไฟสีชมพูในโอกาสงานรณรงค์
Pink Ribbon สําหรับการตระหนักรู้ถึงโรคมะเร็งเต้านม เป็นต้น
และหากคุณผู้อ่านโชคดีจะได้เห็นเขานําไฟสีรุ้งมาจัดแสดงกันเลยทีเดียวเชียวล่ะ!

ประตูโอะเตะมงที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเส้นทางสู่ปราสาทidajoandtheshow.com

ถัดมาเราไปชมประตูโอะเตะมงอันเป็นประตูหลักสู่ตัวปราสาทโอซาก้ากันดีกว่า
ในสายตาคนยุคปัจจุบันอาจจะมองว่าปราสาทแห่งนี้มีไว้เพื่อความเก๋ แต่ที่จริงแล้วเขาใช้เป็นป้อมปราการ
ป้องกันไม่ให้ศัตรูเดินทางเข้ามายังปราสาทได้ง่ายๆ เมื่อมีข้าศึกจะมาบุกปราสาทโดยเข้าผ่านทาง
ประตูโอะเตะมง เหล่าทหารจะป้องกันไม่ให้ข้าศึกเข้ามาได้ด้วยการกราดยิงธนูจากหอคอยเซ็นกัง
ซึ่งเจ้าหอคอยที่ว่านี่แหละคือสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดจริงๆของที่นี่ และได้รับการขนานนามให้เป็นสมบัติ
ทางวัฒนธรรมแสนล้ําค่าควบคู่กับหอคอยอินุอิ มาเดินชิลในบรรยากาศยามเย็นบริเวณนี้เพลินๆ
เผลอจินตนาการว่าเราเป็นทหารในยุคโบราณไปเสียได้ อินสุดๆอะ

ภาพเงาปราสาทและแสงไฟช่างตัดกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

ปะ งั้นเราเดินเข้าไปชมตัวปราสาทกันผ่านประตูโอะเตะมงกันเล้ย!
หลังจากที่เราเดินผ่านเข้ามาจากประตูโอะเตะมงแล้วเราจะพบกับหอคอยทะมง และรูนับไม่ถ้วน
ที่มีชื่อเรียกว่า “ยาริโอโทชิ”  อยู่เหนือศีรษะ รูเหล่านี้มีไว้สําหรับใช้ในการโจมตี
ข้าศึกด้วยหอก โดยส่งตรงถึงข้าศึกอย่างฉับไวผ่านรูเหล่านี้นั่นเอง แต่คุณผู้อ่านอย่าได้วิตกไป
ตอนนี้เขาไม่ได้ทําสงครามกันที่นี่แล้วล่ะ จะว่าไปเดินดูเงาจากต้นไม้ก็ดูให้บรรยากาศลี้ลับใช่เล่นนะเนี่ย
ภาพเงาจากตัวปราสาทนับเป็นหนึ่งในเสน่ห์ของปราสาทแห่งนี้เลยก็ว่าได้
ยิ่งตอนเย็นนี่คุณผู้อ่านจะได้สัมผัสถึงความรู้สึกประทับใจน่าพิศวง ลองคิดดูสิครับ
พอเราหลุดจากเขตนี้ไปเราก็จะกลับสู่โลกปัจจุบันที่มีตึกระฟ้ารูปทรงทันสมัย
ในขณะที่จุดที่เรายืนอยู่รายล้อมไปด้วยสิ่งก่อสร้างที่มีโครงสร้างจากยุคโบราณกาล
ที่จริงแล้วหอคอยอินุอิเหล่านี้แต่ก่อนถูกใช้เป็นคลังแสงสรรพาวุธและจุดเฝ้าตรวจตรา
ส่วนกลุ่มอาคารหน้าตาทันสมัยที่อยู่ข้างหลังปราสาทนั้น เรียกว่า
บิซซิเนสปาร์ค ซึ่งเป็นย่านทันสมัยคลาคล่ำไปด้วยเหล่าคนวัยทํางาน
สุดท้ายนี้เราไปต่อกันที่ศาลเจ้าโฮโคขุซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของปราสาทโอซาก้ากันครับ

เราจะได้พบกับรูปปั้นของท่านฮิเดะโยชิ โทโยโทมิอันเป็นที่รักใคร่ของคนท้องถิ่นภายในตัววัดโฮโคขุแห่งนี้
ตอนแรกที่ก้าวเข้ามาทางเราอดรู้สึกกลัวขึ้นมานิดๆ เพราะว่าข้างนอกเริ่มมืดแล้ว แต่ก็ได้เพลิดเพลินกับ
ภาพทิวทัศน์ของตัวโบสถ์หลักภายในศาลเจ้า ประตู และรูปปั้นที่ได้แสงไฟสาดส่องเข้ามาช่วยขับบรรยากาศ
เคร่งขรึมขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด ถึงแม้ปราสาทโอซาก้าแห่งนี้จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวก็จริง
แต่ในขณะเดียวกันสถานที่แห่งนี้ก็เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองท้องถิ่นที่นี่เขาด้วยล่ะ
จึงไม่ต้องแปลกใจหากเราจะได้พบเห็นคนมาวิ่งออกกําลังกายกันที่นี่เรื่อยๆ
ถึงตรงนี้คุณผู้อ่านคงจะพอเห็นภาพแล้วว่าปราสาทยามเย็นแห่งนี้เปี่ยมทั้งเสน่ห์ดึงดูด
และบรรยากาศชวนผ่อนคลายไปในตัวอย่างนี้จะอดใจไม่มาเดินแวะชมไหวเหรอครับเนี่ย