พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งจังหวัด Osaka

 

การท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นนั้น ส่วนใหญ่เท่าที่พอจำแนกได้คร่าวๆ ก็คงจะมีอยู่สามสี่รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติ ชื่นชมความงามตามสถาปัตยกรรมเก่าแก่
แหล่งช็อปปิ้งตามห้างสรรพสินค้าหรือความสนุกหรรษาตามสวนสนุก แต่วันนี้เราจะขอแนะนำการท่องเที่ยวแบบมีสาระ เป็นการไขว่คว้าหาความรู้เพิ่มพูนทักษะทางวิทยาศาสตร์กันดูสักหน่อยจะเป็นไร

คงไม่ปฏิเสธกันว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความเข้มข้นทางด้านวัฒนธรรมสูงเพราะปิดประเทศไม่ให้อารยธรรมจากต่างประเทศแทรกซึมเข้ามาเป็นเวลาหลายร้อยปี จนกระทั่งญี่ปุ่นเริ่มเปิดประเทศแถวๆ สมัยเมจิเมื่อราวๆ ร้อยกว่าปีก่อน ความรู้ทางด้านสังคมเศรฐกิจ การเมือง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงได้พรั่งพรูหลั่งไหลเข้ามามากมาย ญี่ปุ่นมีพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์กระจายอยู่ตามหัวเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ
แต่ที่เราจะพาท่านมาในวันนี้ถือได้ว่าเป็นอุทยานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งจังหวัด Osaka มีพื้นที่จัดแสดงสี่ชั้น ประกอบไปด้วยส่วนแสดงนิทรรศการถาวรกว่าสองร้อยชนิดซึ่งเป็นอุปกรณ์การทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้เข้าชมทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น

นิทรรศการหลักของที่นี่จะเน้นหนักไปทางด้านพลังงานและอวกาศเพื่อเป็นการจุดประกายความฝันของเด็กๆ ในประเทศญี่ปุ่น
ขณะเดียวกัน ที่นี่ยังมีการสาธิตทางด้านวิทยาศาสตร์ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เคมี ฟิสิกซ์ เตรียมไว้สำหรับผู้เข้าชมโดยโชว์วิทยาศาสตร์นี้จะเปิดให้เข้าชมสองถึงสามรอบต่อวัน

ไฮไลท์อีกอย่างที่น่าสนใจของพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งจังหวัด Osaka นั่นก็คือ Planetarium หรือที่เรียกกันว่าท้องฟ้าจำลองในภาษาไทยบ้านเรา
ในระหว่างวันจะมีเด็กนักเรียนที่มาทัศนศึกษาต่อแถวเข้าคิวรอชมท้องฟ้าจำลองของที่นี่เป็นจำนวนมาก ท้องฟ้าจำลองของ Osaka มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ห้าของโลกทีเดียวเชียว (ขณะที่ Planetarium
ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ที่ Nagoya City Science Museum นั่นเอง) ที่ด้านหน้าของ Planetarium มีการจัดแสดงเครื่องฉายดาว Carl Zeiss Mark II
ซึ่งเป็นเครื่องฉายดาวเครื่องแรกของญี่ปุ่น น่าจะเก่าแก่กว่า Carl Zeiss Mark IV ที่ยังคงเห็นได้ที่ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพที่มีอายุอานามกว่า 50 ปีแล้ว

ในปี ค.ศ. 2004 หลังการบูรณะพิพิธภัณฑ์ครั้งใหญ่ ภายใน Planetarium ได้เปลี่ยนมาใช้เครื่องฉายของ Minolta รุ่น Infinium L ซึ่งสามารถฉายภาพระบบ Omnimax ซึ่งเป็นเครื่องฉายภาพระบบดิจิทอล
เป็นที่น่าสังเกตว่า การเข้าชม Planetarium ใน Osaka ไม่ได้ทำให้เราปวดคอบ่าไหล่ได้เหมือนที่ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพและด้วยความสบายนี่เองอาจทำให้เราทนพิษบาดแผลไม่ไหวถึงขั้นหมดสติคอพับน้ำหลายยืดหนืดคาท้องฟ้าจำลอง โดยไม่ทันได้ตั้งตัวระหว่างการเดินทางทะลุจักรวาลอันกว้างใหญ่และเวิ้งว้างbrellabee.com

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งจังหวัด Osaka ตั้งอยู่บนเกาะ Nakanoshima ติดกันกับ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ National Museum of Art Osaka การมาเยือนที่นี่ครั้งเดียวเหมือนได้ถึงสองเพราะแวะเข้าชมอันไหนเสร็จ
ก็แวะต่ออันข้างๆได้เลย สำหรับการเดินทางให้ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Yotsubashi ไปลงที่สถานี Higobashi แล้วลงเดินราว 5 – 10 นาทีแล้วแต่สปีดการเดินและขาสั้นยาว
พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เก้าโมงครึ่งในตอนเช้าและปิดห้าโมงเย็น ค่าเข้าชมท่านละ 400 เยน หากท่านถือบัตรเดินทาง Amazing Pass (ที่มีข้อแม้ว่าบัตรได้เปิดใช้แล้วและยังไม่หมดอายุการใช้งาน) ไม่ต้องเบ่งมากท่านก็จะได้เข้าชมฟรี แต่ในทั้งสองกรณีจะต้องจ่ายเงินเพิ่มหากต้องการเข้าไปใน Planetarium

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ปิดทำการทุกวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์