ประวัติศาสตร์ของเมืองโอซาก้า

เมืองโอซะกะ หรือ เมืองโอซาก้า ตั้งอยู่บนเกาะฮอนชูซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่และอยู่ตรงกลางสุดของประเทศญี่ปุ่น โอซาก้าได้รับสถาปนาเป็นเมือง (City) และเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นตั้งแต่ค.ศ.1889 มีประชากร 2.6 ล้านคน ในเนื้อที่ทั้งหมดรวม 221 ตารางกิโลเมตร สำหรับจังหวัดโอซาก้า (Osaka Prefecture) นั้นมีเมืองในการปกครองรวม 42 เมือง รวมทั้งเมืองโอซาก้า (Osaka City) ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่และสำคัญที่สุด มีพลเมืองรวมทั้งสิ้น 8.8 ล้านคน บนเนื้อที่รวม 1,890 ตารางกิโลเมตร ถึงแม้ว่าโอซาก้าจะเป็นจังหวัดที่เล็กเป็นที่สองของญี่ปุ่นในด้านขนาดก็ตาม แต่สำหรับด้านประชากรแล้ว ถือว่ามีประชากรจำนวนร้อยละ 7 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ หรือเป็นจังหวัดที่มีประชากรมากเป็นที่สองรองลงมาจากมหานครโตเกียว

ประวัติศาสตร์ของเมืองโอซาก้า เป็นศูนย์กลางทางการค้าและเศรษฐกิจของญี่ปุ่นมาตั้งแต่โบราณกาล ทั้งนี้เพราะโอซาก้าเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลและยังมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน ทำให้มีผู้คนสัญจรไปมาทั้งจากในและนอกประเทศ อาจกล่าวได้ว่าโอซาก้าเป็นประตูเข้าออกสู่โลกภายนอกแห่งแรกของญี่ปุ่นก็ว่าได้ โอซาก้าเริ่มรุ่งเรืองจากคริสต์ศตวรรษที่ 5 เป็นสมัยที่โอซาก้ากำลังรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ ผู้คนที่เดินทางมาจากประเทศจีนและคาบสมุทรเกาหลีต้องมาขึ้นบกที่ท่า Naniwa-tsu ในโอซาก้า

พวกเขาได้นำเอาวัฒนธรรม ศิลปะ หัตถกรรม เทคโนโลยี และความรู้ใหม่ๆ เช่น การประดิษฐ์เครื่องเคลือบกระเบื้อง การหลอมโลหะ การก่อสร้าง วิศวกรรม ฯลฯ มาเผยแพร่ให้กับชาวญี่ปุ่น หนึ่งในวัฒนธรรมสำคัญที่ถูกนำมาเผยแพร่ในครั้งนั้นคือความเชื่อทางพุทธศาสนา ซึ่งไม่นานนักก็มีผู้เลื่อมใสไปทั่วประเทศ ศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ในสมัยเอโดะ (ค.ศ.1601-1867) ญี่ปุ่นได้ย้ายเมืองหลวงไปที่เอโดะ (โตเกียว) รัฐบาลโชกุนตระกูล Tokugawa ได้สั่งปิดประเทศเป็นเวลาเกือบ 300 ปีเต็ม ทำให้โอซาก้ามีโอกาสฟื้นฟูบ้านเมือง กลายเป็นศูนย์กลางการค้าของประเทศอย่างรวดเร็

สินค้าและวัสดุสำหรับประกอบอาหาร เช่นข้าว สาหร่าย ปลา ฯลฯ ถูกลำเลียงมาทางเรือจากทั่วประเทศเพื่อมาขึ้นที่ท่าในโอซาก้า จนผู้คนพากันเรียกโอซาก้าว่า “ครัวของประเทศ” มาจนทุกวันนี้ และจากความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจดังกล่าว ทำให้โอซาก้าสามารถพัฒนาวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่มีเอกลักษณ์ของตนเองขึ้น โรงละครหุ่น Joruri (ต่อมาถูกเรียกว่า Bunraku เป็นละครหุ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO) โรงละคร Noh (ละครรำใส่หน้ากาก) โรงละคร Kabuki (ละครร้องและรำซึ่งนักแสดงเป็นผู้ชายล้วน) ถูกสร้างขึ้นหลายต่อหลายแห่ง สร้างความครึกครื้นแก่ตัวเมืองอย่างมาก

นอกจากนั้นโอซาก้ายังขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีอิทธิพลต่อการวางรากฐานทางการศึกษาของประเทศ โรงเรียนชั้นนำหลายแห่งถูกสร้างขึ้นเพื่อผลิตบุคลากรรองรับการพัฒนาประเทศ โอซาก้าได้พยายามปรับตัวจากศูนย์กลางการค้ามาเป็นศูนย์กลางการอุตสาหกรรม การที่โอซาก้ามีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนานและสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายต่างๆ ทำให้โอซาก้ายังคงเป็นเมืองสำคัญทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเอเซียและของโลกต่อไป